วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562

วิ่งแล้ว "เจ็บเข่า" แก้ไขอย่างไร?



ค้นหาคำตอบ "เจ็บเข่า" เกิดจากสาเหตุใด และสามารถแก้ไขได้อย่างไร 

            ปัจจุบันการวิ่งนับเป็นเทรนด์การออกกำลังกายที่คนหันมาให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆมาก มีแค่เพียงรองเท้าคู่ใจดีดีสักคู่ ก็สามารถออกกำลังกายได้แล้ว หรือเพิ่มเติมเรื่องชุดออกกำลังกายที่น้ำหนักค่อนข้างเบา ระบายอากาศได้ดี จะเป็นสิ่งที่ดีมาก อาการเจ็บเข่าเกิดจากหลายสาเหตุ Axofitness เป็นหนึ่งอาการยอดฮิตที่มักพบในกลุ่มนักวิ่ง หรือ นักฟุตบอล ซึ่งอาการที่พบบ่อยที่สุดคือ "ผิวใต้สะบ้าอักเสบ" (Patellofemoral Pain Syndrome)  หรือ (Runner's Knee) เมื่อเราไปพบหมอ ก็จะได้รับคำแนะนำว่าให้หยุดวิ่ง ไม่งั้นจะทำให้เข่าเสื่อม ซึ่งแท้จริงแล้ว การวิ่งนั้นไม่ได้สัมพันธ์กับการเกิดเข่าเสื่อม แต่สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวมากกว่า วันนี้เราจะพามาทำความเข้าใจให้ฟังกันว่า อาการปวดเข้านั้นเกิดจากสาเหตุใดบ้าง
   
         ++ สาเหตุของการเจ็บเข่า   ++

            สาเหตุของหลักที่พบมากที่สุดของการเจ็บเข่า จากการวิ่ง คือ การก้าวขาที่ยาวเกินไป หรือ Overstride ซึ่ง Overstride คือการวิ่งลงส้นในขณะที่เข่าตึง ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกระแทกขึ้นมาถึงเข่าได้มาก ทำให้ตัวกล้ามเนื้อช่วยรับแรงได้น้อย เปรียบเสมือนการตอกเสาเข็มนั่นเอง ดังนั้นถ้าเราอยากวิ่งต่อไป ก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ก้าวยาวเกินไป
       
          ++ วิธีการแก้ไขเมื่อเกิดอาการ ++

1.เพิ่มรอบขาให้เร็วขึ้นในความเร็วเท่าเดิม  การเพิ่มรอบขานั้นสามารถทำให้ก้าวสั้นลงได้ เพื่อลดโอกาสการเกิด Overstride ซึ่งการเพิ่มรอบขานั้นไม่จำเป็น ต้องให้ถึง 180 รอบ/นาทีก็ได้ เพราะการที่เราได้เพิ่มรอบขาให้มีการเร็วขึ้น 10% เราก็จะสามารถที่จะลดแรงกระแทกที่เข่าลงเพิ่มเติมได้อีกถึง 30%

2.งอลำตัวไปข้างหน้าให้มากขึ้นหรือพับตัวช่วงสะโพกไปข้างหน้า แต่หลังเรายังต้องตรงอยู่ การงอลำตัวประมาณ 15 องศา จะช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าได้อย่างชัดเจน การงอลำตัวไปข้างหน้าจะทำให้เรานั้นก้าวขายาวได้ยากขึ้น จะสามารถลดโอกาสเกิด Overstride ได้

และยังมีวิธีอีกมากมาย  สามารถติดตามบทความต่อได้ที่  Axofitness

 











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น